รอกและเครน

          รอกและเครน เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ใช้ยกสิ่งของขึ้นลงในแนวดิ่งและเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านั้นในลักษณะแขวนลอยไปตามแนบราบ ออลล่าเป็นตัวแทนจำหน่ายและติดตั้ง โดยนำเข้าอุปกรณ์รอกคุณภาพสูงจากประเทศเยอรมนี ยี่ห้อ STAHL ออลล่ามีประสบการณ์ที่ยาวนานมากกว่า 20 ปี เรามีวิศวกรและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญที่ยินดีให้คำปรึกษากับลูกค้าทุกราย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลือกใช้เครน การติดตั้ง การใช้งาน การบำรุงรักษา เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เครนที่มีคุณภาพและความปลอดภัยเหมาะสมกับการใช้งาน จะเห็นได้ว่าเครนของเรามีอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า และอื่นๆ อีกมากมาย
เป็นรอกที่ได้รับความนิยมสูง สามารถใช้ได้กับอุตสาหกรรมทั่วไป
ยกน้ำหนักสิ่งของได้ตั้งแต่ 0.5 – 25 ตัน
เป็นรอกที่ใช้โซ่เป็นสายในการทดน้ำหนักยก
ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ใช้ระบบไฟฟ้าในการควบคุม
ข้อดีของรอกโซ่ไฟฟ้าคือ ลูกค้าสามารถเพิ่มลดความยาวได้ (เปลี่ยนโซ่)
สามารถยกน้ำหนักได้สูงสุดถึง 6.3 ตัน
สามารถใช้ยกน้ำหนักได้ตั้งแต่ 250 กก.- 20 ตัน  เหมาะสำหรับการใช้งาน
ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้หรือไม่มีไฟฟ้ารองรับ
ไม่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับงานยกแบบครั้งคราว
โซ่สามารถเพิ่มลดความยาวได้ (เปลี่ยนโซ่) สินค้าคุณภาพได้รับมาตรฐานจากประเทศเยอรมัน
รอกกันระเบิดของ STAHL เป็นที่ยอมรับของทั่วโลกเป็นผู้นำทางด้านงานกันระเบิด
ได้รับมาตราฐาน ATEX 95 (94/9/EC) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ EU กำหนด
เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีสภาวะการทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ
เช่น โรงผลิตก๊าซ น้ำมัน สารเคมี เป็นต้น
              เครน สามารถแบ่งตามชนิดของโครงสร้างและการใช้งานได้หลายชนิดขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน พื้นที่ และความต้องการของลูกค้าแต่ละราย โดยทาง Alla มีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์สามารถออกแบบเครนให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า โดยชนิดของเครนสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
เครนประเภทนี้เป็นเครนที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายตามโรงงานอุตสาหกรรม
ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กทั่วไป ที่ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่มีน้ำหนักยกไม่มากนัก
น้ำหนักยกที่แนะนำอยู่ที่ 1-25ตัน ความกว้างใช้งานตั้งแต่ 6-22 เมตร
ความสูงในการยกขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย
สำหรับระบบการควบคุมทิศทางการยกสามารถเลือกได้ทั้ง ระบบ Double Speed
ที่มีจังหวะในการเคลื่อนที่ 2 จังหวะ คือ จังหวะเคลื่อนที่ช้า และเร็วในทิศทางเดียวกัน
และ ระบบ Inverter คือ ระบบที่ใช้ไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการควบคุมทำให้การบังคับทิศทาง
เคลื่อนที่ได้อย่างนิ่มนวล ซึ่งการเลือกในระบบการควบคุมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการ
ของลูกค้า ซึ่งทาง ออลล่า มีทีมงานที่เชี่ยวชาญจะคอยให้คำแนะนำและออกแบบเครน
ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย
เครนประเภทนี้ ส่วนใหญ่นิยมใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก ยกตัวเช่น คลังเก็บสินค้าประเภทคอย โรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ โรงไฟฟ้า เป็นต้น ด้วยน้ำหนักยกที่มาก จึงทำให้ต้องเพิ่มคานในการรับน้ำหนักเป็นแบบคานคู่ น้ำหนักที่เหมาะสมในการยกตั้งแต่ 2 – 250 ตัน ความกว้างใช้งานตั้งแต่ 10 – 35 เมตร ความสูงในการใช้งานขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของลูกค้าในแต่ละราย โดย ALLA จะมีทีมงานที่เชี่ยวชาญในการออกแบบเครนให้เหมาะกับการใช้งานกับลูกค้าแต่ละราย คำนวณโครงสร้างการใช้งานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก
เครนประเภทนี้มีความเหมาะสมติดตั้งบนพื้นที่กลางแจ้ง และในร่มใต้หลังคาโรงงาน สำหรับโรงงานที่ไม่ได้เตรียมโครงสร้างเสาไว้เพื่อรับเครนเหนือศีรษะ ซึ่งมีความจำเป็นต้องติดตั้งเครนสนามขาสูง  2 ข้าง วางบนพื้นโรงงาน และลักษณะเช่นเดียวกับเครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยวที่มีความเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้งานยกน้ำหนักไม่หนักมาก น้ำหนักยกตั้งแต่ 1 -25 ตัน จะมีความกว้างใช้งานที่เหมาะสม ตั้งแต่  6 -22 เมตร  โดยทาง ALLA จะมีทีมงานที่เชี่ยวชาญในการออกแบบและคำนวณโครงสร้างของเครนให้เหมาะสมกับการใช้งานและคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานเป็นหลัก
มีความเหมาะสมใช้ติดตั้งบนพื้นที่กลางแจ้ง และในร่มใต้หลังคาโรงงาน สำหรับโรงงานที่ไม่ได้เตรียมโครงสร้างเสาไว้เพื่อรับเครนเหนือศีรษะ ลักษณะรูปแบบเหมือนกับเครนสนามขาสูง 2 ข้าง แต่เป็นแบบคานคู่ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการยกน้ำหนักให้ยกของที่หนักได้มากกว่าแบบคานเดี่ยว ที่มีความกว้างใช้งานตั้งแต่   10 – 35 เมตร  และมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 2 – 250 ตัน
มีความเหมาะสมใช้ในพื้นที่โรงงาน โดยจะติดตั้งรางวิ่งชั้นบนไว้ที่เสา ด้านข้างตัวอาคารโรงงาน  หรือใช้ติดตั้งในร่ม และติดตั้งรางวิ่งที่พื้นด้านล่างของอาคารโรงงาน ซึ่งผู้ใช้งานสามารถออกแบบเครนในโรงงานให้เป็น  2 ระดับได้อีกด้วยโดยทั่วไปจะมีความกว้างใช้งานตั้งแต่ 6- 22 เมตร  และจะมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 1 – 25 ตัน
มีความเหมาะสมใช้ติดตั้งบนพื้นที่กลางแจ้งหรือในร่มภายในตัวอาคารโรงงานมีคุณสมบัติทุกประการเช่นเดียวกันกับเครนเหนือศรีษะและเครนสนามขาสูงข้างเดียว แบบคานเดี่ยว กรณีที่ต้องการออกแบบเป็นแบบคานคู่นั้นเพราะผู้ใช้งานต้องการประสิทธิภาพภาพในการยกวัตถุและสินค้าที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นพื้นที่ในการใช้งานกว้างขึ้น มีความเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้ยกน้ำหนักไม่หนักมาก มีความกว้างใช้งานตั้งแต่ 10 – 35 เมตร และมีน้ำหนักยกตั้งแต่ 2 – 250 ตัน
มีความเหมาะสมใช้สำหรับงานยกวัตถุงานหรือสินค้าเฉพาะพื้นที่ รอบวงรัศมีความยาวของวงแขนที่ยื่นหมุนของชุดเครน  แต่ข้อจำกัด คือ องศาการหมุนของแขน ขึ้นอยู่กับกำแพงของหน้างานทางลูกค้า
มีความเหมาะสมใช้สำหรับงานยกวัตถุหรือสิ่งของเฉพาะพื้นที่ รอบวงรัศมีความยาวของวงแขนที่ยื่นหมุนของชุดเครน เช่นเดียวกันกับเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือการใช้เสาของอาคารโรงงานเป็นตัวยึดโครงสร้างเพื่อให้แขนหมุนเท่านั้น แต่ข้อจำกัด คือ องศาการหมุนของแขน ขึ้นอยู่กับกำแพงของหน้างานทางลูกค้า
มีความเหมาะสมใช้สำหรับงานยกวัตถุงานหรือสินค้าตามความยาวตลอดแนวด้านข้างผนังตัวอาคารโรงงาน  เครนติดผนังยื่นแขนยกนั้น มีชุดขาเครน 3 ขา 6 ล้อ วิ่งอยู่บนราง 2 ชั้น โดยชุดขาเครนทั้งหมดติดตั้งไว้ที่รางวิ่งทั้ง 2ชั้นติดตั้งกับเสาข้างผนังโรงงาน และชุดคานเครนยื่นตัวออกมาอิสระเพื่อยกวัตถุหรือสินค้า ซึ่งการใช้งานยกวัตถุตลอดแนวด้านข้างของตัวอาคาร เช่นเดียวกันกับเครนสนามขาสูงด้านเดียว แต่มีความสะดวกมากกว่า
โดยสามารถออกแบบสร้างได้ทั้งแบบคานเดี่ยว และแบบคานคู่ เครนลักษณะนี้มีความเหมาะสมใช้กับอาคารโรงงานอุตสาหกรรมบางอย่างที่ต้องการใช้งานพื้นที่ด้านล่างกว้างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น อาคารโรงจอดซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่ เป็นต้น
รอกติดตั้งและเคลื่อนที่ตามรางเดี่ยวที่ติดตั้งตามสภาพโครงสร้างของกระบวนการผลิต
ตัวรางจะเป็นรางเดี่ยวสามารถออกแบบให้เป็นเส้นตรงหรือคดโค้งตามสภาพพื้นที่การทำงานก็ได้
ตัวรอกสามารถเคลื่อนที่เดินหน้าถอยหลังหรือวิ่งเข้าโค้งก็ได้
ใช้สำหรับงานยกน้ำหนักประมาณ 0.5 ตัน-10 ตัน ด้วยการออกแบบลักษณะดังนี้
จึงทำงานได้แค่สี่ทิศทางคือ เดินหน้า-ถอยหลัง-เลื่อนขึ้นและลงตามแนวดิ่ง
ปิดโหมดสีเทา